“เอไอเอส” หนุนเกษตรกรสู่ตลาดสากล นำเทคโนโลยีดิจิทัลช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต

0
271

—-เอไอเอส มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย ภายใต้แนวคิด “Digital For Thais”นำเทคโนโลยีดิจิทัล ร่วมสร้างประโยชน์และคุณค่าให้แก่สังคมและประเทศใน 4 แกนหลักหัวใจสำคัญของประเทศ พร้อมยกระดับเกษตรกรก้าวทันการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีดิจิทัล

เมื่อเร็วๆนี้ ที่ห้องประชุมประชาสโมสร โรงแรมอวานี อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จัดกิจกรรมแถลงข่าว “AIS Digital For Thais”โดยมีนางวิไล เคียงประดู่ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการอาวุโส ส่วนงานประชาสัมพันธ์ บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส พร้อมด้วยนายอุดมศักดิ์ โสมคำ หัวหน้าส่วนงานปฎิบัติการภูมิภาค-ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เอไอเอส และนายพงษ์ศักดิ์ ตันวิสุทธิ์ หัวหน้าส่วนงานดิจิทัลฟอร์ไทย เอไอเอส ร่วมแถลงข่าว

นางวิไล เคียงประดู่ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการอาวุโส ส่วนงานประชาสัมพันธ์ บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส กล่าวว่า เอไอเอส มุ่งมั่นนำนวัตกรรมดิจิทัล ไปช่วยเสริมความแข็งแกร่งในรากฐานหลักของประเทศ ผ่านแนวคิด “Digital For Thais”เพื่อเพิ่มศักยภาพ สร้างโอกาสการเข้าถึงและความเท่าเทียมกันของเทคโนโลยีไปสู่ประชาชน ในโครงสร้างพื้นฐานหลัก 4 ด้านที่สำคัญของประเทศ ทั้งด้านการศึกษา
การเกษตร สาธารณสุข และธุรกิจสตาร์ทอัพ เพื่อขับเคลื่อนประเทศก้าวไปสู่ไทยแลนด์ 4.0 และยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยทั่วประเทศให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน

โดยด้านการศึกษา ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญพัฒนาคนให้มีศักยภาพ เอไอเอสจึงเพิ่มโอกาสทางการศึกษาให้แก่เด็กและเยาวชนไทยได้เข้าถึงแหล่งข้อมูลทั้งวิชาการและสาระบันเทิง ด้วยการติดตั้งเครือข่ายอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงและมอบกล่องสานรัก สานความรู้ เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาของเด็กๆ ที่อยู่ห่างไกลทั่วประเทศ ซึ่งปัจจุบันได้ติดตั้ง กล่องสานรักฯ ให้กับโรงเรียนต้นแบบไปแล้ว จำนวน 34 แห่ง

ด้านการเกษตร เอไอเอสได้นำเทคโนโลยีดิจิทัลส่งเสริมการทำงานของเกษตรกรให้ก้าวไปสู่เกษตรกร 4.0 ด้วยแนวคิด “สอน เสริม สร้าง” ผ่านแพลตฟอร์มฟาร์มสุข เพื่อให้เกษตรกรเข้าถึงข้อมูลสำคัญในการทำการเกษตร เพื่อเพิ่มคุณภาพของผลผลิตของเกษตรกรให้สูงขึ้น รวมทั้งได้พัฒนาแพลตฟอร์มร้านฟาร์มสุข เพื่อเป็นช่องทางตลาดออนไลน์ให้เกษตรกรสามารถขายสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูปที่
หลากหลายจากทั่วทุกภูมิภาค ขณะนี้มีร้านค้าบนร้านฟาร์มสุขจำนวน 357 ร้านและสินค้าจำนวน 1,821 รายการ

นอกจากนี้ เอไอเอส ได้ส่งเสริมการทำงาน ด้านสาธารณสุข ผ่าน “แอปพลิเคชัน อสม.ออนไลน์”เครือข่ายสังคมออนไลน์เฉพาะกลุ่ม เพื่อเป็นเครื่องมือสื่อสารในการปฏิบัติงานด้านสาธารณสุขชุมชนเชิงรุกของหน่วยบริการสุขภาพ และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เพื่อใช้ติดต่อสื่อสารระหว่างสมาชิกในกลุ่ม ทำให้สามารถรับรู้ข้อมูล ข่าวสาร ความเคลื่อนไหวด้านสาธารณสุขและภัยสุขภาพในชุมชนได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ถูกต้องแม่นยำ สามารถใช้งานได้กับทุกเครือข่าย

แต่เมื่อใช้งานบนเครือข่ายเอไอเอสจะไม่เสียค่าบริการอินเทอร์เน็ต ปัจจุบัน หน่วยบริการสุขภาพ และรพ.สต.เปิดใช้งานแอปฯอสม.ออนไลน์ จำนวน 2,200 แห่งทั่วประเทศ และมีผู้ใช้งานจำนวน 48,000 คน
สำหรับธุรกิจสตาร์ทอัพ เอไอเอส ได้ร่วมพัฒนาธุรกิจสตาร์ทอัพ รวมถึงผู้ประกอบการในระดับชุมชน โดยนำความรู้ด้านเทคโนโลยีดิจิทัลไปส่งเสริมให้แก่ผู้ประกอบการ และวิสาหกิจชุมชน เพื่อนำไปสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้าและบริการต่างๆในการไปต่อยอดธุรกิจ และพัฒนาสินค้าให้สามารถเติบโตทั้ง ตลาดในประเทศและต่างประเทศได้อย่างยั่งยืน

ด้านนายอุดมศักดิ์ โสมคำ หัวหน้าส่วนงานปฏิบัติการภูมิภาค-ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เอไอเอส กล่าวว่า พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้ขยายโครงข่ายสื่อสารโทรคมนาคม เพื่อรองรับการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลทั้ง 4 ด้านให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชนและสังคม โดยด้านการศึกษา ผ่านโครงการ “สานรัก สานความรู้” ด้วยการติดตั้ง กล่องสานรักฯให้แก่โรงเรียนต้นแบบในภาคตะวันออกเฉียงเหนือไปแล้ว 6 แห่ง

สำหรับด้านการเกษตร ในพื้นที่จะวันออกเฉียงเหนือ มีร้านค้าที่นำสินค้ามาจำหน่ายบนร้านฟาร์มสุข จำนวน 59 ร้านค้า สินค้า 253 รายการ ด้านสาธารณสุข ในพื้นที่มีการเปิดใช้แอปฯ อสม.ออนไลน์ จำนวน 754 แห่ง 15,400 ผู้ใช้งาน สำหรับจังหวัดขอนแก่นเปิดใช้งานแล้ว 83 แห่ง สำหรับการส่งเสริมธุรกิจสตาร์ทอัพในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เอไอเอสได้ร่วมกับ Fixzy สตาร์ทอัพที่เชี่ยวชาญด้านการซ่อมบำรุง โดยได้พัฒนา
แพลตฟอร์มดูแลบ้านโดยเปิดแอปฯ รวมช่างต่างๆ นอกจากนี้ ยังได้ให้ข้อมูลความรู้เกี่ยวกับ Start Upให้กับกลุ่มคนรุ่นใหม่ นิสิต นักศึกษาผู้ประกอบการหรือผู้ที่สนใจในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ด้านนายพงษ์ศักดิ์ ตันวิสุทธิ์ หัวหน้าส่วนงานดิจิทัลฟอร์ไทย เอไอเอส กล่าวว่า ด้านการเกษตร เอไอเอสได้พัฒนา แพลตฟอร์มฟาร์มสุข เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้าไปประยุกต์ใช้ในการประกอบอาชีพ โดยมีส่วนประกอบสำคัญ คือแอปพลิเคชัน“ฟาร์มสุข” ซึ่งจะเป็นคลังความรู้และภูมิปัญญาต่างๆ
ให้เกษตรกรไทยเข้าถึงข้อมูลสำคัญในการทำการเกษตร ทั้งในรูปแบบของวิดีโอ บทความ และเทคโนโลยีต่างๆ

อาทิ ข้อมูลเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมในแปลงเพาะ ปลูกจากอุปกรณ์ NB-IOT ข้อมูลราคาซื้อ-ขายผลผลิตทางการเกษตร รวมไปถึงข้อมูลด้านการพยากรณ์อากาศที่มีความแม่นยำสูง เพื่อให้เกษตรกรสามารถวางแผนการเพาะปลูกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ ยังได้สร้างช่องทางตลาดออนไลน์ผ่าน แอปพลิเคชัน “ร้านฟาร์มสุข” ให้เกษตรกรสามารถขายผลผลิตทางการเกษตรและผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูป รวมถึงสินค้าที่เป็นภูมิปัญญาของชุมชน หรือ OTOP โดยเอไอเอสมีทีมงานที่ช่วยบริหารจัดการให้เข้าถึงเทคโนโลยีและช่องทางจัดจำหน่าย ทั้งการแนะนำ ทำตลาดออนไลน์ การปรับปรุงผลิตภัณฑ์ การถ่ายภาพสินค้าให้น่าสนใจ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้า สร้างโอกาส สร้างรายได้ และยกระดับการจำหน่ายสินค้าของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเข้าสู่ช่องทางออนไลน์ สอดรับกับนโยบายการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลไปสู่ไทยแลนด์ 4.0 ของภาครัฐอย่างแท้จริง

 

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here