ส่งคืนรถที่เช่าซื้อไห้ไฟแนนซ์ไปแล้ว ต้องจ่ายตังค์อีกมั้ย?

วันนี้มีโอกาสได้คัดเลือกข้อสอบกฎหมาย เห็นว่ามีเรื่องนี้ที่น่าสนใจที่ประชาชนยังไม่ทราบ ชั่งใจอยู่นานว่าจะเขียนดีมั้ย เพราะเหมือนชี้ช่องให้ผู้บริโภคต่อสู้คดีและชนะได้ง่ายๆ แต่บริษัทไฟแนนซ์หรือบริษัทกฎหมายอาจไม่พอใจในบทความนี้ เมื่อคิดได้ว่าโพสนี้ยังมีผู้ติดตามเพียงเล็กน้อย ไม่ค่อยมีคนอ่านกัน ผมจึงเห็นว่าไม่น่าจะเสียหายอะไรมากนัก การที่เราซื้อรถยนต์ซักคันนึงเนี่ย ส่วนใหญ่ก็จะไม่ได้ใช้เงินสดซื้อเหมือนซื้อสบู่ซักก้อน หรือเก้าอี้ซักตัว แต่ใช้วิธีทำสัญญาผ่อนส่งเป็นงวดๆ 60 งวดบ้าง, 84 งวดบ้าง เป็นต้น สัญญานี้เรียกว่า “เช่าซื้อ” เช่าซื้อเป็นสัญญาที่มีลักษณะพิเศษหลายประการ ที่สำคัญคือผู้เช่าซื้อ สามารถบอกเลิกสัญญาได้ทุกเมื่อ ตามอำเภอใจ! ดังที่ประมวลกฎหมายแพ่งฯ มาตรา ๕๗๓ บัญญัติว่า “มาตรา ๕๗๓ ผู้เช่าจะบอกเลิกสัญญาในเวลาใดเวลาหนึ่งก็ได้ด้วยส่งมอบทรัพย์สินกลับคืนให้แก่เจ้าของโดยเสียค่าใช้จ่ายของตนเอง” เมื่อคืนรถไปแล้ว...

พินัยกรรม

เคยสงสัยมั้ยเวลาดูละครเราจะเห็นอยู่บ่อยๆ ว่าทนายความเปิดอ่านพินัยกรรมต่อหน้าทายาท อ่านให้ฟังเฉยๆ ทำไมต้องมีทนายความด้วยล่ะ? คิดไปคิดมา ก็เข้าใจได้ว่าทนายความต้องดำเนินการแบ่งทรัพย์สินให้เป็นไปตามพินัยกรรม เช่น ต้องไปจดทะเบียนโอนทรัพย์สินให้ทายาท หรือต้องทำสัญญาแบ่งมรดกกันระหว่างทายาท หรือเพื่ออธิบายข้อสงสัยเกี่ยวกับพินัยกรรมฉบับที่อ่านนั้นๆ ฯลฯ แต่ในความเป็นจริง หลังจากเจ้ามรดกตายไปแล้ว บทบาทดังกล่าวของทนายความมีน้อยมาก แทบจะทำอะไรไม่ได้อีก นอกเสียจากดำเนินการให้เป็นไปตามพินัยกรรมเท่านั้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ใครๆก็ทำได้ ทนายคนไหนๆก็ทำแทนได้! ในโพสนี้ ผมอยากบอกความจริงที่คุณอาจยังไม่เคยคิดว่า บทบาทที่สำคัญที่สุดของทนายความในเรื่องที่เกี่ยวกับพินัยกรรมนั่นก็คือ การเขียนพินัยกรรม นั่นเอง ซึ่งสำคัญยิ่งกว่ารอให้ตายแล้วแก้ไขอะไรไม่ได้! พินัยกรรมจะมีผลมากน้อยแค่ไหน หรือตกเป็นโมฆะเสียเปล่าไปเลยหรือไม่ มันอยู่ที่การเขียนพินัยกรรมให้ถูกรูปแบบ และกติกาก่อนที่จะตาย ไม่ใช่ลีลาการอ่านพินัยกรรมหลังความตาย! โดยเฉพาะอย่างยิ่งกฎหมายก็ได้บัญญัติกฎเกณฑ์และกติกาต่างๆ ในการร่างพินัยกรรมไว้เป็นการเฉพาะยิ่งกว่าบัญญัติผลของพินัยกรรมหลังจากตายไปแล้วเสียอีก! ดังนั้นภาพที่เห็นในละครที่มีทนายมาเปิดอ่านพินัยกรรมนั้น เราต้องถามกลับไปว่า ใครเป็นคนเขียนพินัยกรรม?...

“ลูกจ้างทำผิด นายจ้างต้องร่วมรับผิดด้วย เหรอ ?”

วันนี้อยากนำเสนอเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง ซึ่งทั้งสองฝ่ายต่างมีหน้าที่ช่วยเหลือเกื้อหนุนกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งด้านกฎหมายและจริยธรรม นายจ้างในที่นี้ คือนายจ้างตามกฎหมายแรงงาน ไม่รวมถึงผู้ว่าจ้างจากการจ้างทำของ หรือการจ้างงานของหน่วยงานราชการ (สรุปก็คือ ผู้ประกอบการภาคเอกชนนั่นเอง) นายจ้างมีหน้าที่จ่ายค่าจ้าง ลูกจ้างมีหน้าที่ทำงานให้กับนายจ้าง หากกิจการของนายจ้างไปได้ดีมีกำไร ลูกจ้างก็อาจจะได้ประโยชน์ไปด้วย เช่น ได้โบนัส, ได้รับสวัสดิการที่ดี แต่ถ้ากิจการของนายจ้างไปไม่รอด ลูกจ้างก็อาจต้องตกงาน ฯลฯ ใครที่เป็นนายจ้าง หรือกำลังจะเป็นนายจ้าง แอดมินอยากให้อ่านบทความนี้และทำความเข้าใจให้ดี เพราะถ้าหากไม่เข้าใจในเรื่องนี้ อาจทำให้ต้องเสียเงินเสียทองโดยไม่รู้ตัว เพราะนอกจากความผูกพันตามกฎหมายที่นายจ้างจะต้องรับผิดชอบต่อลูกจ้างในเรื่องของการจ่ายค่าจ้าง และสวัสดิการต่างๆ แล้ว นายจ้างยังมีความผูกพันต่อบุคคลภายนอก ในการที่จะต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่เขา หากเขาได้รับความเสียหายเนื่องจากการกระทำของลูกจ้างอีกด้วย แต่จะมีกรณีใดบ้าง ที่นายจ้างจะต้องร่วมรับผิดกับลูกจ้าง ซึ่งกฎหมายได้กำหนดไว้อย่างนี้ครับ กฎหมายบอกว่า “นายจ้างต้องร่วมกันรับผิดกับลูกจ้างในผลแห่งละเมิดซึ่งลูกจ้างได้กระทำไปในทางการที่จ้างนั้น” คำว่า...

“คนบ้าทำความผิด ไม่ต้องรับโทษ จริงหรือไม่ ? ”

ผู้อ่านคงเคยได้ยินสุภาษิต “อย่าถือคนบ้า อย่าว่าคนเมา” กันใช่มั้ยครับ ความหมายของสำนวนนี้ก็คือ อย่าไปถือสาคนที่ไร้สติ เพราะคนไร้สติทำอะไรโดยขาดความยับยั้งชั่งใจ ขาดการควบคุม ทำให้แสดงออกในสิ่งที่ไม่ถูกต้องไม่สมควร แต่ในทางกฎหมายนั้น สุภาษิตนี้อาจใช้ไม่ได้ไปซะทั้งหมด กรณีที่คนบ้าได้ทำความผิดตามกฎหมายอาญา เช่น ไปฆ่าคนตาย ไปขโมยของ หรือไปทำลายทรัพย์สินของคนอื่นนั้น ในสายตาของคนทั่วไปอาจมองว่า คนบ้าทำความผิดโดยไม่มีสติ ไม่มีเจตนา จึงไม่สมควรต้องถูกลงโทษ ส่วนในสายตาของกฎหมายนั้น ได้มองต่างออกไป โดยแบ่งระดับของความบ้า ในขณะทำความผิดและการลงโทษไว้อย่างนี้ครับ Lv 1. 🥴 ถ้าทำความผิดในขณะไม่สามารถรู้ผิดชอบ หรือไม่สามารถบังคับตนเองได้เพราะมีจิตบกพร่อง โรคจิต หรือจิตฟั่นเฟือน ผู้นั้นไม่ต้องรับโทษสำหรับความผิดนั้น ⚫ ตัวอย่าง จำเลยมีอาการผิดปกติทางจิตมานานแล้ว...

“ความผิดที่คน (ไม่ได้ทำ) ต้องรับผิดด้วย มีอะไรบ้าง ?”

ในเรื่องความรับผิดกรณีที่มีคน (สัตว์, สิ่งของ) ทำให้เกิดความเสียหายนั้น กฎหมายได้แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ ความรับผิดทางอาญา และความรับผิดทางแพ่ง โดยความรับผิดทางอาญานั้น (โทษติดคุก ฯลฯ) เป็นเรื่องเฉพาะตัวของผู้กระทำ ใครทำคนนั้นรับไป ส่วนความรับผิดทางแพ่ง จะกำหนดไว้กว้างกว่านั้น บางครั้งคนที่ไม่ได้ทำความผิดแต่มีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบ อาจต้องร่วมรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนด้วย ซึ่งมีเรื่องอะไรบ้าง ลองมาดูกันครับ 1. นายจ้างต้องร่วมกันรับผิดกับลูกจ้าง ในผลละเมิดซึ่งลูกจ้างได้ทำไปในทางการที่จ้าง เรื่องนี้แอดมินเคยเขียนไว้แล้ว สนใจตามอ่านได้เลยครับ 👇👇👇 2. ตัวการ (เช่น ผู้มอบอำนาจ) ต้องรับผิดในผลละเมิดที่ตัวแทนของตน (เช่น ผู้รับมอบอำนาจ) ได้ทำไปในขอบเขตที่มอบอำนาจไว้ 3....

“ขโมยของที่คนร้ายลักทรัพย์มา จะมีความผิดหรือไม่?”

ในกรณีที่ทรัพย์สินของเราถูกคนร้ายขโมยไป เราซึ่งเป็นเจ้าของทรัพย์สินถือว่าเป็น ผู้เสียหาย และมีสิทธิแจ้งความดำเนินคดีกับคนร้ายใช่มั้ยครับ แต่เคยคิดกันเล่น ๆ มั้ยครับว่า หากทรัพย์สินของเราที่ถูกขโมยไปนั้นได้ถูกขโมยไปอีกทอดหนึ่ง เจ้าคนที่ขโมยของชิ้นนั้นไปจากคนร้ายจะมีความผิดหรือไม่ (ขโมยของขโมย) เราลองมาดูเรื่องนี้กันครับ นายโชคชัย เด็กมัธยมเรียนดีสอบได้ที่ 1 ทุกปี และปีนี้ก็เช่นกัน นายโชคชัยสอบได้ที่ 1 เหมือนเคย พ่อแม่เห็นลูกตั้งใจเรียนไม่อยากให้นั่งรถเมล์ไปโรงเรียน จึงซื้อรถมอเตอร์ไซค์คันงามให้เป็นของขวัญ เช้าวันรุ่งขึ้น นายโชคชัย ขี่มอเตอร์ไซค์คันงามไปโรงเรียน เกิดไปสะดุดตานายโชกโชน ขาโจ๋ประจำโรงเรียนและแก๊งเด็กแว้นย่านฝั่งธน นายโชกโชนเมื่อได้เห็นรถคันดังกล่าวก็เกิดชอบใจขึ้นมาทันที จึงวางแผนกับพรรคพวกเพื่อขโมยรถของนายโชคชัย ในขณะที่นายโชคชัยเลิกเรียนและขี่รถมอเตอร์ไซค์กลับบ้าน นายโชกโชนกับพวกก็ได้สะกดรอยตามนายโชคชัยไป จนเมื่อได้จังหวะที่นายโชคชัยแวะซื้อกับข้าวที่ตลาดและจอดรถไว้ข้างทาง...

“ใครมีกิ๊ก หรือเป็นกิ๊กระวังให้ดี อาจถูกฟ้อง เสียทั้งเงินและชื่อเสียง !!!”

การแต่งงาน (จดทะเบียนสมรส) ไม่ได้เป็นเรื่องของความผูกพันทางกาย หรือจิตใจระหว่างหญิง ชายเท่านั้น แต่ยังมีผลไปถึงความผูกพันตามกฎหมายทั้งในเรื่องของทรัพย์สิน หน้าที่ดูแลซึ่งกันและกัน รวมถึงขอบเขตที่กำหนดให้ชายหรือหญิงอื่นเข้ามาแทรกแซงระหว่างคู่สมรสอีกด้วย ในกรณีที่ชายหรือหญิงที่แต่งงานถูกต้องตามกฎหมาย ได้ไปมีความสัมพันธ์กับชายหรือหญิงอื่นในลักษณะชู้สาว ชาย (สามี) หรือหญิง (ภริยา) ฝ่ายที่ถูกกระทำจะเรียกร้องค่าทดแทนจากฝ่ายที่มีชู้ หรือคนที่เป็นชู้ได้หรือไม่ เพียงใดเราไปดูกันครับ กรณีที่ 1 "เมื่อสามีหรือภริยาได้ฟ้องหย่ากันด้วยสาเหตุที่อีกฝ่ายอุปการะเลี้ยงดู หรือยกย่องผู้อื่นฉันสามี ภริยา เป็นชู้หรือมีชู้ หรือร่วมประเวณีกับผู้อื่นเป็นประจำ เมื่อศาลพิพากษาให้หย่าแล้ว สามีหรือภริยาฝ่ายที่ถูกนอกใจมีสิทธิได้รับค่าทดแทนจากอีกฝ่าย และจากผู้ซึ่งได้รับการอุปการะเลี้ยงดู หรือยกย่อง หรือผู้ซึ่งเป็นต้นเหตุแห่งการหย่า" การเรียกค่าทดแทนในกรณีที่ 1 นี้ จะใช้เมื่อคู่สมรสฝ่ายที่เสียหายหายไม่ต้องการจะใช้ชีวิตสมรสร่วมกับอีกฝ่ายหนึ่งอีกต่อไป...

“ตีกันได้รับบาดเจ็บ จะเรียกร้องค่าเสียหายได้หรือไม่ ?”

นักเลงตีกัน, มีเรื่องกันเพื่อแย่งผู้หญิง (หรือผู้ชาย), ชกกันเพื่อแย่งสิ่งของ ฯลฯ เรื่องเหล่านี้เป็นบางส่วนของเหตุทะเลาะวิวาทที่นำมาซึ่งความสูญเสีย ทั้งร่างกาย ชีวิต และทรัพย์สิน ไม่ว่าจะเป็นของผู้ที่ทะเลาะวิวาท หรือผู้อื่นซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ รวมถึงครอบครัวของคนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งโดยปกติแล้วบุคคลที่ได้รับความเดือดร้อนเสียหายจากเหตุดังกล่าว สมควรจะได้รับการเยียวยาจากผู้ที่ก่อเหตุทะเลาะวิวาทไม่ว่าจะในทางทรัพย์สินหรือจิตใจ โดยผู้เสียหายมีสิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากผู้ที่ก่อความเดือดร้อนเสียหายได้ตามความเสียหายที่ได้รับ ส่วนคนที่ก่อเหตุทะเลาะวิวาท หรือสมัครใจทะเลาะวิวาทนั้น เมื่อได้รับความเสียหายจากเหตุดังกล่าว เช่น ทรัพย์สินเสียหาย ได้รับบาดเจ็บ หรือเสียชีวิต จะสามารถเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากคนที่ทะเลาะด้วยกันได้หรือไม่ ลองอ่านเรื่องนี้ดูครับ 🤜🤛 นาย A กับนาย B เป็นเพื่อนบ้านกัน แต่มักจะมีปากเสียงกันอยู่เป็นประจำ เนื่องจากนาย...

“เชื่อหรือไม่ อยู่เฉย ๆ ก็อาจติดคุกได้ !!”

ขึ้นหัวข้อมาอย่างนี้ เพื่อน ๆ หลายคนอาจเถียงเต็มที่ "อยู่เฉย ๆ มันจะติดคุกได้ยังไงฟระ"  แต่เชื่อเถอะว่ามีจริง ๆ นะ เรื่องการที่อยู่เฉย ๆ แล้วติดคุกเนี่ย เรื่องมันเป็นอย่างนี้ครับ ปกติการที่คนจะต้องรับผิดทางอาญาเนี่ย คนที่กระทำจะต้องมีเจตนาทำความผิด และต้องมีการเคลื่อนไหวร่างกายเพื่อทำความผิดนั้น ๆ หรือกระทำโดยประมาทถ้ามีกฎหมายบอกว่าความประมาทเรื่องนี้เป็นความผิดนะ (แต่ช่างมันเถอะเพราะหัวข้อของเรามันเกี่ยวกับกระทำโดยเจตนา) แล้วการมีเจตนาทำความผิด โดยการอยู่เฉยๆ เนี่ยมันเป็นยังไง ลองมาดูตัวอย่างกันครับ นายหล่อล่ำ เป็นเจ้าหน้าที่ดูแลสระว่ายน้ำ มีหน้าที่ดูแลความเรียบร้อย และคอยช่วยเหลือคนที่มาใช้บริการสระว่ายน้ำแห่งหนึ่ง (ช่วยคนจมน้ำนั่นแหละ) ในเช้าวันอาทิตย์ ซึ่งยังไม่มีคนมาใช้บริการสระว่ายน้ำ นายหล่อล่ำได้มาทำงานตามปกติ แต่บังเอิญพบนายหล่อลื่นคู่อริของตนมาใช้บริการสระว่ายน้ำแห่งนั้น...

“หากทำร้ายผิดคน หรือพลาดไปโดนคนอื่น จะอ้างว่าไม่ได้ตั้งใจได้หรือไม่ ?”

เพื่อน ๆ น่าจะเคยได้ยินข่าวพวกนี้กันใช่มั้ยครับ “ลูกจ้างเคราะห์ร้าย มือปืนเข้าใจผิดคิดว่าเป็นเสี่ยเจ้าของผับ ซัลโว 10 นัด ดับคาที่” “สาวออฟฟิศสุดซวย นักเรียนนักเลงตีกันกระสุนพลาดไปโดน เจ็บสาหัส” พวกเรามักจะได้ยินข่าวทำนองนี้กันบ่อย ๆ แต่เคยสงสัยกันมั้ยว่า การที่คนทำผิดอ้างว่าไม่ได้ตั้งใจทำร้ายผู้เสียหาย แต่ลงมือเพราะเข้าใจผิดคิดว่าเป็นคนที่ตนตั้งใจจะทำร้าย (ทำร้ายผิดคน) หรือไม่ได้ตั้งใจทำอันตรายผู้เสียหาย แต่พลาดไปโดนผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บ ข้ออ้างเหล่านี้จะนำมาอ้างเพื่อให้พ้นความรับผิดได้หรือไม่ ? ก่อนอื่น ต้องแยกออกเป็น 2 เรื่องก่อน เรื่องที่ 1 ข้ออ้างว่า ทำร้ายผิดคนไม่ได้ตั้งใจ ทำร้ายผู้เสียหายจะสามารถรับฟังได้หรือไม่ ? เรื่องนี้กฎหมายได้บอกไว้อย่างนี้ครับ “ผู้ใดเจตนากระทำต่อบุคคลหนึ่ง...

Stay connected

1,015แฟนคลับชอบ
0ผู้ติดตามติดตาม
- Advertisement -

Latest article

กฟผ. เตรียมมาตรการเข้มรับมือ COVID-19

  กฟผ. เตรียมมาตรการเข้มทุกโรงไฟฟ้าและศูนย์ควบคุมระบบกำลังไฟฟ้า รับมือการแพร่ระบาด COVID-19 ทั้งความพร้อมของบุคลากรและอุปกรณ์ที่สำคัญ มั่นใจไม่กระทบต่อการผลิตและส่งจ่ายไฟฟ้าให้แก่ประชาชน เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2563 นายวิบูลย์ ฤกษ์ศิระทัย ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า กฟผ. ได้เตรียมความพร้อมของบุคลากรและอุปกรณ์ที่สำคัญในการผลิตและส่งไฟฟ้าเพื่อป้องกันและ           ลดความเสี่ยงผลกระทบจากสถานการณ์การติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ไม่ให้กระทบต่อการผลิตและส่งจ่ายไฟฟ้าให้แก่ประชาชน โดยมีมาตรการเข้มตั้งแต่การเฝ้าระวังในพื้นที่โรงไฟฟ้า ห้ามผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าพื้นที่โรงไฟฟ้าและอาคารศูนย์ควบคุมระบบกำลังไฟฟ้าอย่างเด็ดขาด ตรวจวัดอุณหภูมิของพนักงานทุกคนก่อนเข้าอาคาร ให้พนักงานใส่หน้ากากอนามัยในขณะทำงาน พร้อมทั้งทำความสะอาดอาคารและอุปกรณ์ทั้งหมดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อและแอลกอฮอล์เป็นประจำทุกวัน นอกจากนี้ กฟผ. ได้เตรียมมาตรการรองรับการระบาดของเชื้อ...

พิษโควิด-19 “ต้องเลื่อน” การแข่งขันกีฬาแห่งชาติ “ลำพูนเกมส์”

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โควิด -19 ในประเทศไทย หลายหน่วยงานได้มีการเลื่อนการจัดกิจกรรม หรือการแข่งขันต่างๆออกไปก่อนจนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ เพื่อเป็นการปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาลในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคติดต่ออันตราย           วันนี้ ( 13 มีนาคม 2563 ) นายพงศ์รัตน์  ภิรมย์รัตน์  ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน...

จังหวัดลำปาง จัดงานวันช้างไทย ประจำปี 2563

เช้าวันนี้ (13 มี.ค.63) จังหวัดลำปาง ร่วมกับสถาบันคชบาลแห่งชาติ ในพระอุปถัมภ์ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ จัดงานวันช้างไทย ประจำปี 2563 โดยมีนายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง เป็นประธานในพิธีเปิดงานฯ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารหน่วยงานองค์กรภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน หัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัด อำเภอ...