มหาตมา คานธี (Mahatma Gandhi) ตัวแทนของสันติภาพและอิสรภาพ ตอนที่ 12

ความสำคัญของคานธี ในเวลานั้นชาวอินเดียได้รวมตัวกันในเมืองเพื่อประท้วง ซึ่งตำรวจก็ได้สลายการชุมนุม คนนับพันถูกจับกุมในวันที่ 5 พฤษภาคม ค.ศ.1930 (พ.ศ.2473) คานธีและผู้นำทางการเมืองหลายคนก็ถูกจับกุม ในเวลานี้อังกฤษเห็นถึงความสำคัญของคานธีแล้ว เขาสามารถรวบรวมผู้ศรัทธาได้เป็นจำนวนมาก ทำให้อังกฤษต้องเริ่มฟังคานธีแล้ว นอกจากนั้นอังกฤษยังได้รับแรงกดดันจากเสียงก่นด่าทั่วโลก มีโทรเลขส่งมาจากชาติต่างๆ ทั่วโลกเรียกร้องให้ปล่อยตัวคานธี ลอร์ดเออร์วิน (Lord Irwin) อุปราชประจำอินเดียได้เข้าพบเจรจากับคานธี ทั้งสองฝ่ายตกลงกัน คานธีจะสั่งยกเลิกการชุมนุม อังกฤษจะปล่อยตัวนักโทษ ชาวอินเดียก็สามารถทำเกลือได้เอง ภายหลังปล่อยตัว คานธีได้เดินทางไปกรุงลอนดอนพร้อมกับลูกชายและผู้สนับสนุน ในระหว่างที่อยู่ในลอนดอน คานธีไม่อยากอาศัยอยู่ในโรงแรมชั้นหนึ่ง เขาเลือกไปพักที่บ้านเพื่อน ใช้เวลาว่างเดินดูสลัมรอบๆ ลอนดอน พูดคุยกับคนยากจน ในขณะที่คนอื่นๆ ใส่สูทโก้หรู คานธียังคงยืนยันจะแต่งตัวเรียบง่ายกับรองเท้าแตะ แม้แต่ตอนเข้าเฝ้าและร่วมดื่มชากับพระเจ้าจอร์จที่ 5 (George...

มหาตมา คานธี (Mahatma Gandhi) ตัวแทนของสันติภาพและอิสรภาพ ตอนที่ 11

การโจมตีครั้งใหม่ของคานธี ภายหลังจากออกมาจากคุก คานธีก็มุ่งที่จะทำให้ชาวอินเดียเป็นปึกแผ่น คานธีให้ความสนใจเรื่องความแตกแยกของชาวฮินดูและมุสลิม ชาวฮินดูและชาวมุสลิมมีความขัดแย้งกันมาเป็นเวลานาน พวกเขามักจะต่อสู้กันเนื่องด้วยความเชื่อที่ต่างกัน คานธีใช้วิธีอดอาหารเพื่อให้ชาวฮินดูและมุสลิมยอมพูดคุยกัน เดือนกันยายน ค.ศ.1924 (พ.ศ.2467) คานธีเริ่มทำการอดอาหารเป็นเวลาสามอาทิตย์และดื่มเพียงน้ำเปล่า สุขภาพของเขาเริ่มทรุด ชาวฮินดูและชาวมุสลิมตัดสินใจพักความขัดแย้งเพื่อให้คานธียอมเลิกอดอาหาร ผู้นำศาสนาตกลงที่จะอยู่ร่วมกันอย่างสงบ วันที่ 12 มีนาคม ค.ศ.1930 (พ.ศ.2473) คานธีได้เดินทางออกจากอาศรมเพื่อไปอาห์มาดาบัดพร้อมผู้ติดตามจำนวน 78 คน อากาศนั้นร้อนมาก พวกเขาจึงเดินทางในเวลาเช้าตรู่และตอนเย็น ตลอดระยะทาง มีผู้ร่วมเดินทางขอติดตามไปด้วยเพิ่มขึ้นอีกกว่าร้อยคน ในไม่ช้าก็เพิ่มขึ้นหลักพัน มีทั้งเด็กและคนแก่ ทั้งชายทั้งหญิง ทั้งมุสลิม ฮินดู คริสเตียน รวมถึงจัณฑาล ได้มีนักหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นติดตามไปทำข่าว ซึ่งข่าวนี้ก็เริ่มแพร่กระจาย ในที่สุด ทั่วโลกก็พากันเสนอข่าวนี้ วันที่ 5 เมษายน ค.ศ.1930...

มหาตมา คานธี (Mahatma Gandhi) ตัวแทนของสันติภาพและอิสรภาพ ตอนที่ 10

การต่อสู้กับอังกฤษ ภายหลังจากเหตุการณ์การสังหารหมู่ผ่านพ้นไป ชาวอินเดียก็รู้แล้วว่าการจะต่อต้านรัฐบาลอังกฤษคงจะไม่ใช่เรื่องง่ายนัก แต่คานธีไม่กลัว เขาใช้วิธีการไม่ให้ความร่วมมือ รวมทั้งเขายังปลุกระดมให้ชาวอินเดียร่วมมือกับเขา แต่ชาวอินเดียก็ต้องร่วมรับบทลงโทษที่ตัวเขาเองก็ต้องโดนด้วย คานธีได้ปลุกระดมชาวอินเดียในการประชุมรวมถึงผ่านบทความในนิตยสาร “Young India” ค.ศ.1920 (พ.ศ.2463) คานธีได้ขึ้นเป็นผู้นำพรรคคองเกรสแห่งชาติอินเดีย (Indian National Congress) หรือ INC ซึ่งสนับสนุนการประท้วงโดยการไม่ให้ความร่วมมือ INC กลายเป็นกระบอกเสียงทางการเมืองของชาวอินเดีย นอกเหนือจากการนัดหยุดงาน วิธีประท้วงอีกทางก็คือการบอยคอตต์สินค้าอังกฤษ อังกฤษควบคุมอุตสาหกรรมสิ่งทอในอินเดีย คานธีได้เรียกร้องให้ชาวอินเดียไม่ซื้อเสื้อผ้าจากอังกฤษและหันมาทอผ้าใช้เอง คานธีเองก็เริ่มทอผ้าใช้เอง และสนับสนุนประชาชนให้ทอผ้า คานธีเริ่มออกเดินทางไปยังเมืองต่างๆ เพื่อพบประชาชน รับฟังปัญหาของประชาชน ซึ่งชาวบ้านตามเมืองต่างๆ ของอินเดียก็ต้อนรับเขาและเรียกเขาว่า “Bapu” ซึ่งแปลว่า “พ่อ” เดือนมีนาคม ค.ศ.1922 (พ.ศ.2465) คานธีถูกจับข้อหาปลุกระดมให้ชาวบ้านทำผิดกฎหมาย ระหว่างขึ้นศาล...

มหาตมา คานธี (Mahatma Gandhi) ตัวแทนของสันติภาพและอิสรภาพ ตอนที่ 9

การสังหารหมู่ ภายหลังจากมีการออกกฎหมายโรวแลตต์ คานธีก็ได้จัดชุมนุมประท้วง หยุดงานในวันที่ 6 เมษายน ค.ศ.1919 (พ.ศ.2462) เรื่องนี้ได้โด่งดังไปทั่ว ลงหนังสือพิมพ์ทั่วอินเดีย ชาวอินเดียจะไม่ไปทำงาน ร้านค้า รถไฟ ก็หยุดทำงาน ชาวอินเดียหลายคนรวมตัวกันเพื่อถือศีลอดและสวดมนต์ แต่ในบางเมือง การประท้วงก็ไม่ได้ผลดีนัก ชาวอินเดียบางพวกได้เผาตึก ก่อจราจล และมีชาวอังกฤษเสียชีวิตด้วย ไม่ว่าจะเป็นเมืองที่ชุมนุมโดยสันติหรือรุนแรง แต่ตำรวจก็ไม่ได้มีเมตตา ตำรวจจะใช้วิธีการรุนแรงกับชาวอินเดีย ภายหลังการประท้วง อังกฤษก็เกรงว่าจะมีการชุมนุมอีก วันที่ 12 เมษายน ค.ศ.1919 (พ.ศ.2462) นายพล “เรจินัลด์ ไดย์เออร์ (Reginald Dyer)”...

มหาตมา คานธี (Mahatma Gandhi) ตัวแทนของสันติภาพและอิสรภาพ ตอนที่ 8

สงครามโลกครั้งที่หนึ่ง เดือนกันยายน ค.ศ.1915 (พ.ศ.2458) ได้มีคู่สามีภรรยาและลูกสาวจากวรรณะจัณฑาลต้องการเข้าร่วมกับอาศรม ซึ่งคานธีก็ต้อนรับอย่างดี ปัญหาคือสมาชิกอาศรมคนอื่นๆ ต่างไม่ต้อนรับด้วย บางคนก็ออกจากอาศรมไป แม้แต่คาสเตอร์บาก็ไม่พอใจและปฏิเสธที่จะทำครัวร่วมกับพวกจัณฑาล อีกทั้งผู้ให้เงินสนับสนุนอาศรมก็เลิกการสนับสนุน แต่แล้ววันหนึ่งก็ได้มีนักธุรกิจคนหนึ่งมาที่อาศรมและมอบเงินให้คานธีใช้จ่ายในอาศรมต่อไปได้อีกปี แสดงให้เห็นว่าชาวฮินดูยังคงสนับสนุนอาศรมอยู่ ทำให้คานธีเชื่อว่าความเปลี่ยนแปลงในสังคมกำลังจะตามมา คานธียังช่วยเหลือคนยากจนอีกด้วย เขาเปิดโรงเรียนในหมู่บ้าน รวมทั้งสอนชาวนาในการเพาะปลูก ค.ศ.1914 (พ.ศ.2457) ได้เกิดสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ซึ่งอังกฤษก็ได้เข้าร่วมสงคราม และนั่นก็หมายถึงอินเดียก็ต้องเข้าร่วมสงครามด้วย ถึงแม้คานธีจะเชื่อในเรื่องของสันติวิธี แต่เขาก็สนับสนุนสงคราม เหตุผลก็เพราะเขายังคงเชื่อว่าการช่วยเหลืออังกฤษจะทำให้อังกฤษยอมให้อิสรภาพแก่อินเดีย และในสงครามโลกครั้งที่หนึ่งนี้ก็ได้มีชาวอินเดียจำนวนมากเข้าร่วมกับกองทัพอังกฤษ แต่อังกฤษไม่ได้ตอบแทนอินเดียอย่างที่คาดหวัง เมื่อสงครามจบลง อังกฤษกลับออกกฎหมายที่กดขี่ชาวอินเดียยิ่งกว่าเดิมซะอีก “กฎหมายโรวแลตต์ (Rowlatt Act)” ซึ่งออกมาในปีค.ศ.1919 (พ.ศ.2462) ได้บังคับห้ามกลุ่มใดก็ตามต่อต้านหรือไม่เห็นด้วยกับรัฐบาล การต่อต้านรัฐบาลเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย คานธีรู้ว่ากฎหมายนี้ไม่ยุติธรรม ถึงเวลาที่เขาต้องต่อต้านอีกแล้ว คานธีจะทำอย่างไรต่อไป ติดตามในตอนหน้านะครับ ขอบคุณข้อมูลจาก..ประวัติศาสตร์ไทยและเทศ&ภาพเก่าในอดีต   ช่องการฝากข่าวสารประชาสัมพันธ์กับเมืองเหนืออัพเดทออนไลน์ อีเมล..ac.mnunews@gmail.com ไอดีไลน์   @mnu.news ฝากกดถูกใจเพจเฟชบุ๊ค...

มหาตมา คานธี (Mahatma Gandhi) ตัวแทนของสันติภาพและอิสรภาพ ตอนที่ 7

ความมุ่งหวังในอินเดีย คานธีจากอินเดียมานานกว่า 20 ปี แต่ชื่อเสียงของคานธีจากผลงานที่เขาได้สร้างไว้ก็โด่งดังไปถึงอินเดีย หนังสือพิมพ์ทั้งในอังกฤษและอินเดียต่างเขียนเรื่องราวของคานธี เมื่อคานธีกลับอินเดีย ได้มีผู้คนจำนวนมากมาต้อนรับเขา รพินทรนาถ ฐากุร กวีชื่อดังแห่งยุคได้เรียกคานธีว่า “มหาตมา” ซึ่งแปลว่าจิตวิญญาณที่ยิ่งใหญ่ ไม่ช้า ชาวอินเดียต่างเรียกคานธีว่ามหาตมาเพื่อเป็นการแสดงความเคารพ คานธีกลับบ้านมาโดยมีจุดหมายสำคัญ เขาต้องการให้อินเดียปกครองตนเอง คานธีต้องการให้อังกฤษเห็นว่าชาวอินเดียนั้นภักดีต่ออังกฤษ เขาสนับสนุนให้ชาวอินเดียเคารพอังกฤษและไม่ปฏิบัติกับพวกเขาเหมือนศัตรู ที่คานธีทำอย่างนี้ก็เพราะต้องการให้อังกฤษยอมมอบเสรีภาพให้อินเดีย นอกจากนั้น คานธียังต้องการให้ชาวอินเดียเองเห็นถึงความอยุติธรรมในประเพณีของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นระบบวรรณะหรือการปฏิบัติต่อจัณฑาล เขาต้องการนำหลักสัตยาเคราะห์มาใช้ในอินเดียด้วย คานธีได้จัดการตั้งชุมชนเหมือนที่เคยทำในแอฟริกาใต้ นั่นคืออาศรมอาห์มาดาบัด ตั้งใกล้กับแม่น้ำสพาร์มตีในเมืองอาห์มาดาบัดซึ่งเป็นเมืองหลวงของอุตสาหกรรมสิ่งทอ ผู้คนในอาศรมต่างทอผ้าใช้เอง นักธุรกิจในเมืองต่างก็ร่วมกันระดมเงินสนับสนุน อาศรมเปิดตัวในวันที่ 25 พฤษภาคม ค.ศ.1915 (พ.ศ.2458) สมาชิกในอาศรมต่างอยู่กันเหมือนครอบครัวใหญ่ พวกเขาทอผ้า และปลูกพืชผักไว้เพื่อเป็นอาหาร สมาชิกต่างใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย คานธีเรียกพวกจัณฑาลว่า “บุตรแห่งพระเจ้า” เขาต้องการจะปฏิบัติกับคนเหล่านี้ไม่ต่างจากคนอื่นๆ แต่ว่าแม้แต่สมาชิกของอาศรมที่เชื่อในคำสอนของคานธีเอง ต่างก็ไม่ค่อยเห็นด้วยกับคานธีในเรื่องของพวกจัณฑาล คานธีจะเป็นอย่างไรต่อไป...

มหาตมา คานธี (Mahatma Gandhi) ตัวแทนของสันติภาพและอิสรภาพ ตอนที่ 6

คานธีกลับบ้านเกิด ในปีค.ศ.1906 (พ.ศ.2449) โมหันก็ได้รับการทดสอบ ได้มีการออกกฎหมายที่เรียกว่า “Black Act” ชาวอินเดียในแอฟริกาใต้ทุกคนตั้งแต่อายุแปดขวบขึ้นไปต้องพิมพ์ลายนิ้วมือ ตำรวจสามารถขอตรวจทะเบียนชาวอินเดียเมื่อไรก็ได้ ทำได้แม้กระทั่งค้นบ้าน แต่ชาวอังกฤษและคนขาวไม่โดน โมหันได้กระตุ้นให้ชาวอินเดียใช้หลักสัตยาเคราะห์และไม่ลงทะเบียน ทำลายนิ้วมือกับอังกฤษ โมหันและพรรคพวกจึงต้องเข้าคุก แต่การเข้าคุกไม่ทำให้โมหันหวาดกลัว ในขณะที่อยู่ในแอฟริกาใต้ โมหันก็ได้ริเริ่ม ตั้งชุมชนผู้ที่ยึดหลักสัตยาเคราะห์ จับกลุ่มกัน ในไม่ช้ากลุ่มผู้ที่ยึดหลักสัตยาเคราะห์ก็เริ่มใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ และมีการตั้งชุมชนใหม่อีกเรื่อยๆ ในชุมชนเหล่านี้ สมาชิกของชุมชนจะดำรงชีวิตอย่างเรียบง่าย มีเฉพาะของจำเป็น พวกเขาจะศึกษาและสวดมนตร์ ทำไร่ทำสวน นอกจากนั้น โมหันยังกระตุ้นให้ชาวอินเดียในแอฟริกาใต้คนอื่นๆ ไม่ใช้กำลัง ให้ใช้สันติวิธี การนัดกันหยุดงานเป็นสันติวิธีอย่างหนึ่ง โดยโมหันได้จัดการให้คนงานเหมืองชาวอินเดียนัดกันหยุดงาน โมหันกำลังแสดงให้รัฐบาลเห็นว่าพวกเขากำลังต่อต้านความไม่ยุติธรรมที่รัฐบาลกำลังปฏิบัติต่อพวกเขา ภายหลังจากอยู่ในแอฟริกาใต้มา 20 ปี โมหันหรือว่าคานธีก็ได้ทำสำเร็จ รัฐบาลยอมออกกฎหมายบรรเทาทุกข์ชาวอินเดีย (Indian Relief act) ในปีค.ศ.1914...

มหาตมา คานธี (Mahatma Gandhi) ตัวแทนของสันติภาพและอิสรภาพ ตอนที่ 5

ความพยายามของโมหัน ในปีค.ศ.1896 (พ.ศ.2439) ภายหลังจากมาอยู่แอฟริกาใต้ได้สามปี โมหันก็ได้กลับอินเดีย โมหันต้องการให้ครอบครัวของเขามาอยู่แอฟริกาใต้ด้วยกัน ดังนั้นทั้งคาสเตอร์บาและลูกๆ จึงเดินทางมาแอฟริกาใต้พร้อมกับโมหัน เมื่อมาถึงแอฟริกาใต้ โมหันก็ได้บอกให้ครอบครัวเริ่มปฏิบัติตามหลักสากล เช่น การใช้ช้อนส้อมทานข้าว ใส่ถุงเท้าและรองเท้า ซึ่งคาสเตอร์บาก็พยายามจะทำตามที่โมหันบอก คาสเตอร์บาได้คลอดลูกอีกสองคน ซึ่งเวลานั้น โมหันก็ยังคงทำงานเป็นทนายความ แต่เขาก็ยังคงไม่หยุดเรียกร้องสิทธิต่างๆ ให้กับชาวอินเดียในแอฟริกา ในปีค.ศ.1899 (พ.ศ.2442) สงครามโบเออร์ครั้งที่สอง ซึ่งเป็นสงครามระหว่างอังกฤษและสาธารณรัฐทรานสวาลกับเสรีรัฐออเรนจ์ได้เกิดขึ้น โมหันคิดว่าหากสนับสนุนรัฐบาลอังกฤษ ก็จะทำให้อังกฤษปฏิบัติกับชาวอินเดียดีขึ้น โมหันรวบรวมอาสาสมัครชาวอินเดียกว่า 1,000 คน จัดตั้งหน่วยพยาบาลของชาวอินเดีย คอยช่วยเหลือทหาร รักษาพยาบาลผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ แต่ดูเหมือนโมหันจะคิดผิด รัฐบาลอังกฤษยังคงเดินหน้าจำกัดสิทธิของชาวอินเดียต่อไป โมหันจึงหันไปเขียนบนความลงหนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ชื่อ “Indian Opinion” โมหันเขียนบทความเกี่ยวกับรัฐบาล รวมทั้งเขียนความคิดเห็นเรื่องการรักษาโรคด้วยยาจากธรรมชาติ...

มหาตมา คานธี (Mahatma Gandhi) ตัวแทนของสันติภาพและอิสรภาพ ตอนที่ 4

การต่อสู้ของโมหัน ภายหลังจากมาถึงแอฟริกาใต้ได้หนึ่งอาทิตย์ โมหันก็ได้ออกเดินทางไปเมืองพริทอเรียเพื่อเตรียมขึ้นศาล โมหันมีตั๋วรถไฟชั้นหนึ่ง แต่ในระหว่างการเดินทาง ขณะที่รถไฟหยุดพักระหว่างทาง ได้มีชาวยุโรปขึ้นมาบนรถไฟ ชาวยุโรปคนนั้นไม่ค่อยชอบคนอินเดีย ชาวยุโรปรายนั้นไปตามพนักงานรถไฟมา พนักงานรถไฟได้ไล่ให้โมหันไปอยู่ในที่นั่งชั้นสาม โมหันได้แสดงตั๋วให้พนักงานรถไฟดูและไม่ยอมไปที่นั่งชั้นสาม คราวนี้ชาวยุโรปไปตามตำรวจ ซึ่งตำรวจก็ได้ไล่โมหันลงจากรถไฟ โมหันยืนอยู่กลางสถานีมาริทซ์เบิร์ก มองรถไฟออกจากสถานี โมหันได้หารถม้าเป็นพาหนะ แต่ก็เจอกับเหตุการณ์เดิม ผู้โดยสารซึ่งเป็นคนขาวไม่ต้องการนั่งร่วมกับคนอินเดีย โมหันต้องไปนั่งบนที่เหยียบเพื่อขึ้นรถไปตลอดทาง โมหันโกรธแค้นอย่างมาก เมื่อถึงจุดหมาย โมหันได้เรียกประชุมชุมชนชาวอินเดีย เขาพูดถึงเรื่องการที่ชาวอินเดียจะพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนอย่างไร เขาพูดถึงเรื่องการปฏิบัติกับชาวอินเดียอย่างเท่าเทียมในแอฟริกาใต้ โมหันตัดสินใจที่จะอยู่สู้ที่แอฟริกาใต้ ในค.ศ.1894 (พ.ศ.2437) โมหันได้ก่อตั้งสภาคอนเกรสแห่งอินเดีย (Natal Indian Congress) เพื่อที่ชาวอินเดียจะได้มีส่วนร่วมในการปกครอง และโมหันก็ได้ขึ้นเป็นผู้นำชุมชนขาวอินเดีย ในเวลานั้น ชาวอินเดียมีสิทธิน้อยมากในแอฟริกาใต้ พวกเขาต้องจ่ายภาษีแพงกว่าคนอื่น จะเดินบนทางเท้าก็ไม่ได้ ออกจากบ้านหลังสามทุ่มก็ไม่ได้ แม้แต่การแต่งงาน จะแต่งงานให้ถูกต้องตามกฎหมายก็ไม่ได้ โมหันเองเคยก็โดนผลักให้ลงจากฟุตบาทขณะกำลังเดินอยู่ โมหันจะทำอย่างไรต่อไป เขาจะสู้เพื่อชาวอินเดียต่อหรือไม่...

มหาตมา คานธี (Mahatma Gandhi) ตัวแทนของสันติภาพและอิสรภาพ ตอนที่ 3

โมหันกลับบ้านและการเดินทางครั้งใหม่ โมหันได้เดินเตร่เข้าไปกลางเมืองลอนดอน และก็โชคดีที่เขาพบร้านอาหารมังสวิรัติเข้าพอดี ภายหลังจากพบร้านอาหารมังสวิรัติ โมหันยังได้พบกับคนอื่นๆ ที่เป็นมังสวิรัติเหมือนกัน และเขาก็ได้เข้าเป็นสมาชิก “ชุมชนผู้กินมังสวิรัติแห่งลอนดอน (London Vegetarian Society) โมหันเรียนจบนิติศาสตร์ที่ลอนดอนในวันที่ 10 มิถุนายน ค.ศ.1891 (พ.ศ.2434) และชุมชนผู้กินมังสวิรัติแห่งลอนดอนก็ได้จัดงานเลี้ยงส่งเขา โมหันได้เตรียมสปีชจะพูดในงาน แต่เขาเขินและตื่นเต้นมากเกินไป เขาจึงพูดได้เพียง “ขอบคุณครับ” สองวันต่อมาโมหันก็ได้ขึ้นเรือกลับบ้าน เขามาใช้ชีวิตในลอนดอนได้สามปี และเขาก็ได้รับทั้งความรู้และประสบการณ์สำหรับอนาคต เมื่อโมหันกลับถึงอินเดีย ลักซมีดาส์ พี่ชายของโมหันก็ได้มารับเขาพร้อมกับข่าวร้าย แม่ของเขาได้ตายไปในระหว่างที่โมหันอยู่ลอนดอน การกลับมาอินเดียก็ไม่ใช่สิ่งที่ง่ายดายสำหรับโมหัน วรรณะของเขาไม่ยอมรับโมหันเนื่องจากโมหันได้ไปอังกฤษ เพื่อที่จะทำให้พี่ชายพอใจและให้วรรณะยอมรับ โมหันจึงยอมอาบน้ำในแม่น้ำโคทาวรีเพื่อล้างบาปแห่งอังกฤษ ภายหลังจากเขาได้ทำการอาบน้ำ ล้างบาปแห่งอังกฤษแล้ว เขาจึงได้กลับเข้าสู่วรรณะ แต่ชีวิตครอบครัวของเขากับคาสเตอร์บาก็ดูจะไม่ราบรื่นนัก ทั้งสองมักทะเลาะกันบ่อยๆ โมหันก็พยายามจะสอนวัฒนธรรมอังกฤษให้คาสเตอร์บา โมหันได้เข้าไปหางานในบอมเบย์ แต่ปรากฎว่าโมหันนั้นขี้อายเกินกว่าที่จะเป็นทนายความ เขาจึงกลับมาที่เมืองราจค็อตเพื่อตั้งสำนักงานของตนเอง จากนั้นโมหันก็ได้รับข่าวดี...

Stay connected

1,015แฟนคลับชอบ
0ผู้ติดตามติดตาม
- Advertisement -

Latest article

กฟผ. เตรียมมาตรการเข้มรับมือ COVID-19

  กฟผ. เตรียมมาตรการเข้มทุกโรงไฟฟ้าและศูนย์ควบคุมระบบกำลังไฟฟ้า รับมือการแพร่ระบาด COVID-19 ทั้งความพร้อมของบุคลากรและอุปกรณ์ที่สำคัญ มั่นใจไม่กระทบต่อการผลิตและส่งจ่ายไฟฟ้าให้แก่ประชาชน เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2563 นายวิบูลย์ ฤกษ์ศิระทัย ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า กฟผ. ได้เตรียมความพร้อมของบุคลากรและอุปกรณ์ที่สำคัญในการผลิตและส่งไฟฟ้าเพื่อป้องกันและ           ลดความเสี่ยงผลกระทบจากสถานการณ์การติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ไม่ให้กระทบต่อการผลิตและส่งจ่ายไฟฟ้าให้แก่ประชาชน โดยมีมาตรการเข้มตั้งแต่การเฝ้าระวังในพื้นที่โรงไฟฟ้า ห้ามผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าพื้นที่โรงไฟฟ้าและอาคารศูนย์ควบคุมระบบกำลังไฟฟ้าอย่างเด็ดขาด ตรวจวัดอุณหภูมิของพนักงานทุกคนก่อนเข้าอาคาร ให้พนักงานใส่หน้ากากอนามัยในขณะทำงาน พร้อมทั้งทำความสะอาดอาคารและอุปกรณ์ทั้งหมดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อและแอลกอฮอล์เป็นประจำทุกวัน นอกจากนี้ กฟผ. ได้เตรียมมาตรการรองรับการระบาดของเชื้อ...

พิษโควิด-19 “ต้องเลื่อน” การแข่งขันกีฬาแห่งชาติ “ลำพูนเกมส์”

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โควิด -19 ในประเทศไทย หลายหน่วยงานได้มีการเลื่อนการจัดกิจกรรม หรือการแข่งขันต่างๆออกไปก่อนจนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ เพื่อเป็นการปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาลในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคติดต่ออันตราย           วันนี้ ( 13 มีนาคม 2563 ) นายพงศ์รัตน์  ภิรมย์รัตน์  ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน...

จังหวัดลำปาง จัดงานวันช้างไทย ประจำปี 2563

เช้าวันนี้ (13 มี.ค.63) จังหวัดลำปาง ร่วมกับสถาบันคชบาลแห่งชาติ ในพระอุปถัมภ์ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ จัดงานวันช้างไทย ประจำปี 2563 โดยมีนายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง เป็นประธานในพิธีเปิดงานฯ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารหน่วยงานองค์กรภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน หัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัด อำเภอ...